กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลลัพธ์โครงการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยการทำปุ๋ยหมัก และให้ความรู้การดูแล ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่เดือดร้อนบ้านยางส้าน

วันที่ 10 มกราคม 2566 ณ ศูนย์ส่งเสริมสวัสดิการสังคมชุมชนบนพื้นที่สูงบ้านยางส้าน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นางสาวธิดาพร เสาวนะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามและประเมินผลลัพธ์โครงการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยการทำปุ๋ยหมัก และให้ความรู้การดูแล ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่เดือดร้อนบ้านยางส้าน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ปีงบประมาณ 2565 ทั้งนี้มีผู้แทนคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ จังหวัดเชียงใหม่ ข้าราชการพนักงานกองทุนฯ ส่วนกลาง และจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นสูงจังหวัดเชียงใหม่
- โครงการดังกล่าวดำเนินการใน 2 กิจกรรม คือ 1 ) การให้ความรู้การทำปุ๋ยหมักเพื่อเป็นการสร้างอาชีพ และรายได้ในครัวเรือน ฝึกปฏิบัติการทำแพ็คเกจ การบรรจุปุ๋ยหมักออกแบบสัญญาลักษณ์กลุ่ม
2) อบรมให้ความรู้การป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการวางแผนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
- ผลสำเร็จของโครงการ ระดับผลลัพธ์ มีดังนี้
กิจกรรมที่ 1
1. ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์สำหรับใช้ในการเพาะปลูก โดยสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ 30%-40%
2. ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดการรวมกลุ่มกันผลิตปุ๋ยอินทรีย์ 3 เดือน ครั้ง โดยเข้าร่วมเฉลี่ยครั้งละ 20 คน
3. องค์กรมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่มีความสนใจเข้าร่วมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ จากเดิม 50 คน เพิ่มขึ้นอีก 50 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน
4. ผู้ที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการไปถ่ายทอดเป็นวิทยากร ได้จำนวน 5 คน
5. เกิดการจ้างงานภายในชุมชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการจ้างงานในแปลงเกตรอินทรีย์ จำนวน 10 คน และสามารถนำเด็กและเยาวชนในชุมชนทำงานในแปลงเกษตรเพิ่มขึ้นอีก จำนวน 10 คน รวมทั้งสิ้น 20 คน
6. เกิดการทำเกษตรอินทรีย์จากผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 แปลง และสามารถขยายผลให้แก่ผู้ที่สนใจ ทั้งภายในหมู่บ้าน และภายนอกหมู่บ้าน จำนวน 2 หมู่บ้าน ทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 20 แปลง รวมจำนวนทั้งสิ้น 40 แปลง (แปลงละ 1-2 ไร่)
จากการติดตามพบว่ากิจกรรมที่1เป็นการสนับสนุนเป้าหมายของชุมชนที่ต้องการทำเกษตรอินทรีย์ 100% โดยใช้กลยุทธ์ในกาประกันราคาผลผลิต ทำให้คนในชุมชนมีรายได้ที่แน่นอน มีกลุ่มวางแผนบริหารจัดการปัจจัยการผลิต มีต้นแบบของความสำเร็จ และปัญหาสุขภาพของคนในชุมชนที่เสริมหนุนให้บรรลุเป้าหมาย
กิจกรรมที่ 2 พบว่า ผู้เข้ากิจกรรมสามารถให้การดูแลผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ภายในชุมชน ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี โดยมีเสียงสะท้อนจากผู้ติดเชื้อฯว่า อสม.ที่เป็นผู้หญิงให้บริการดูแลได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้องค์กรให้ข้อมูลว่าภายหลังจากการสิ้นสุดโครงการไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่ง อสม. กลุ่มนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนผลสำเร็จข้างต้น